สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตอุเทนถวาย สองคู่อริในชื่อสั้นๆว่า ช่างกลปทุมวัน-อุเทนถวาย กลายเป็นพาดหัวข่าวอีกครั้ง เมื่อเปิดศึกไล่ตีกันหน้ามาบุญครอง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ความจริงไล่ตีกัน ก็อาจอ้างสิทธิส่วนบุคคลก็ได้ อิอิ

แต่การทำร้ายร่างกายมีความผิดตามกฎหมาย และหากฆ่ากันตายก็มีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ว่ากันไป ฯลฯ

ที่สำคัญกว่านั้นคือ "ลูกหลง" ที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์อาจได้รับโดยไม่ได้ร้องขอ

แถมสร้างปัญหาด้านภาพลักษณ์ให้แก่เจ้าของสถานที่ เช่น มาบุญครอง ก็เป็นได้ เพราะผู้คนเกิดความวิตก หวาดกลัว เสียวสันหลัง ฯลฯ ไม่อยากเฉียดกรายไปแถวนั้น ผลก็คือ ยอดขายตก พ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อน?

บ่อยครั้งที่สังคมให้โอกาสปรับตัว เปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ให้มีอารยะเหมือนสถาบันใกล้เคียงเช่น จุฬาฯ เตรียมอุดม สาธิตจุฬาฯ แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย  สังคมให้โอกาสครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ละครั้่งต้องเสี่ยงแลกเอากับชีวิตประชาชนผู้บริสิทธิ์เป็นเดิมพันจาก"ลูกหลง"

งั้น...ไม่ต้องฟังเสียงนักสิทธิเด็กและเยาวชนที่พูดเป็นต่อยหอย แต่ไม่เคยช่วยแก้ปัญหาอะไร ไม่ต้องรอผลการวิจัยที่ไร้คุณค่า มาคิดแก้ปัญหา เกาให้ถูกที่คันเลยดีกว่า

ทางออกทางเลือก?

ผู้บริหารและนักศึกษาทั้งสองสถาบันต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งในมาตรการต่อไปนี้ และหากไม่เลือก สังคมโดยรวมก็จะเลือกให้ในฐานะเ้จ้าของเงินภาษีอากรที่หล่อเลี้ยงและจ่ายงบประมาณให้ทั้ง 2 สถาบัน ดังนั้นทางออกทางเลือกมีดังนี้

 

  1. ย้ายทั้งสองสถาบัน  กรณีย้ายเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็จริงแต่ก็ช่วยได้บ้าง กรณีอยู่กันคนละฟากเมือง หรือ คนละภาค แต่การแก้ปัญหาแบบนี้มีรูปแบบเหมือนการหนีปัญหา แถมต้องใช้เงินภาษีของประชาชนสำหรับการสร้างสถานที่แห่งใหม่ ดังนั้นวิธีนี้อาจไม่เหมาะ เพราะไม่คุ้มค่าเงินภาษีอากร
  2. ยุบทั้งสองสถาบัน หลังจากที่ีให้โอกาสมามากพอแล้ว ก็ถึงเวลายุบเพื่อเชือดไก่ให้ลิงตัว ป้องปรามมิให้สถาบันอื่นๆลอกเลียนเอาอย่าง การยุบ ประชาชนมิได้สูญเสียอะไร แต่กลับได้สวัสดิภาพเพิ่มมากขึ้น แถมได้ประหยัดงบประมาณแผ่นดินในการใช้ไปเพื่อผลิตบัณฑิตเหลวแหลก โดยเริ่มจากการปิดรับเพิ่มนักศึกษาใหม่ และรอให้นักศึกษารุ่นแรกของปีการศึกษา 2552 จบออกไปก็เป็นอันสิ้นสุดทั้ง 2 สถาบัน ส่วนจะใช้สถานที่เป็นอะไรนั้น เยอะแยะเป็นห้องสมุดประชาชน สนามเด็กเล่น สวนสาธารณะหรือ เปิดประมูลให้เอกชนเช่าทำธุรกิจ นำเงินมาพัฒนาประเทศชาติ ฯลฯ
  3. ลดจำนวนรักทุกครั้งที่ตีกัีน เช่น หากนักศึกษาทั้ง 2 สถาบันตีกัน รัฐก็กำหนดให้ลดเปอร์เซ็นต์รับนักศึกษาครั้งละ 10 เปอร์ฯ หากตีกัน 10 ครั้งก็ งดรับนักศึกษา 100 เปอร์ฯ เท่ากับว่าปิดโดยปริยาย ทั้งนี้ต้องมีเกณฑ์ด้วยว่าภายในระยะเวลา 3 ปีต้องมีเหตุการณ์ทะเลาะกันไม่เกิน 10 ครั้ง  เป็นต้น
  4. เพิ่มมาตฐานการเรียนการสอน คือ ไม่ต้องย้ายหรือยุบ ฯลฯ แต่เพิ่มมาตรฐานการเรียนการสอน เช่น การรับเข้าอาจใช้มาตรฐานเดิม แต่การสอบออกนั้นต้องอิงเกณฑ์หรือใช้ข้อสอบเดียวกับวิศวะ จุฬาฯ(อยู่ใกล้ๆกัน)หรือวิศวะของเกษตรศาสตร์ เพื่อรับรองมาตรฐานทางวิชาการ ผลดีคือผู้ประกอบการพอใจในผลงานและฝีมือว่ามีคุณภาพเทียบเท่าับัณฑิตจุฬาฯ และเกษตรศาสตร์  แต่หากผลเป็นในทางตรงกันข้ามคือไม่มีบัณฑิตจบเลย เพราะสอบตกถ้วนหน้า ก็ต้องทำใจให้ยุบทั้งสองสถาบันโดยปริยาย เพราะทั้ง 2 สถาบันผลิตบัณฑิตออกมาไม่ได้ เท่ากับว่าสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ (ผลที่ดี คือ นักศึกษาทั้ง 2 สถาบัน วันๆก็คงตั้งหน้าเอาแต่เรียนและเตรียมตัวสอบ ไม่มีเวลาแม้แต่ดูหนังหรือเดินเล่น แล้วจะยกพวกไปตีกันตอนไหน?)
  5. จัดกิจกรรมประเพณี กรณีเลือกข้อ 4 ก็มีมาตรฐานเสริม เพราะกรณีจุฬาฯกับธรรมศาสตร์ ก็มีฟุตบอลประเพณีกระชับความสัมพันธ์  ปทุมวัน-อุเทนถวายก็ต้องมีกิจกรรมประเพณีร่วมกันบ้างเช่น ร่วมมือกันสร้างออกแบบหุ่นยนต์เพื่อแข่งกับสถาบันอื่น หรือ ออกทำความสะอาดถนน อาคารร่วมกัน เหย้าเยือนบ่อยๆให้รู้จักกัน ฯลฯ แต่การแข่งกีฬานี่ไม่แน่ใจว่าเป็นการยั่วยุหรือสร้างสรรค์กันแน่ รวมทั้งฝึกแบบทหาร หรือเรียนพุทธศาสนา ผมไม่แน่ใจว่าจะได้ผล เพราะเหมือนการประแป้งแต่งตัว เฟค?

 

ปัญหาที่ไม่เข้าใจ?

ในระหว่างที่รอทางออกทางเลือก ก็มาคิดถึงสาเหตุบางประการ คือไ ม่เข้าใจว่าทำไมเด็กอยากเข้าเรียน 2 สถาับันนี้ ทั้งที่การจบออกมาเป็นบัณฑิตน่าจะมีปัญหาในการสมัครงาน นั่นคือนายจ้างไม่อยากรับเข้าทำงาน เพราะมีชื่อเสียงไม่ดีนัก(หรือนายจ้างหวังผลสูงในเรื่องการคุมแรงงานก่อสร้าง?) 

และผู้ปกครองที่รักชีวิตลูก เห็นดีเห็นงามให้ลูกเข้าเรียน 2 สถาบันนี้ได้อย่างไร เพราะมีประวัติระดับตำนานที่เลวร้าย

เพราะหา่กผู้ปกครองยื่นคำขาดว่าเรียนที่ไหนก็ได้ยกเว้น 2 สถาบันนี้ ผลเป็นอย่างไร...เจ๊งครับพี่น้อง

edit @ 12 Feb 2009 09:32:11 by pudalay

edit @ 12 Feb 2009 10:05:38 by pudalay

edit @ 12 Feb 2009 11:43:06 by pudalay

Comment

Comment:

Tweet

ชั่ว ได้ไจ จริงๆๆ พวก เย็กเป็ดangry smile question cry

#6 By (124.121.115.50) on 2009-08-23 05:16

ชั่ว ได้ไจ จริงๆๆ พวก เย็กเป็ด

#5 By (124.121.115.50) on 2009-08-23 05:15

#4 By (124.121.115.50) on 2009-08-23 05:12

ขอให้คนดีๆอย่ามาโดนคนชั่วทำร้ายเรยค่ะ

สาธุ confused smile confused smile

#3 By CanTaLooP on 2009-02-12 22:32

#1
"แต่บางคนไม่ดี คืดเป็น % แล้วไม่เท่าไร"

อาจจริงครับ แต่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ถูกลูกหลง แม้ 1 คน ก็มากเกินไปครับ ไม่ต้องพูดถึงว่าคน 1 คนเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของคน กทม. เพราะ 1 ชีวิตก็มีคุณค่า ไม่ควรมาถูกลูกหลงจากนักเรียนนักเลง

#2 By pudalay on 2009-02-12 11:41

สถาบันเค้าก็ดีนะ... แต่บางคนไม่ดี
คืดเป็น % แล้วไม่เท่าไร แต่คนดีไม่ทำอะไร คนชั่วเลยได้ใจ